วิลเลียม กิลลิส. บทความต้นฉบับ: Everyone Wildly Surprised That Anarchists Are Anarchists. 9 ธันวาคม 2016. แปลเป็นภาษาไทยโดย Kin
ตลอดความปั่นป่วนทางการเมืองในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ผู้คนจากแทบทุกค่ายทางการเมือง รวมถึงคนจำนวนไม่น้อยที่ควรจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร พากันเดือดดาลที่พบว่าพวกอนาธิปไตยยังคงประณามและต่อต้านอำนาจนิยมอย่างคงเส้นคงวา ไม่ว่าจะเป็นคาสโครหรือทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นเหมาอิสต์หรือพวกขวาจัด พูดง่ายๆ คือดูเหมือนพวกเขาจะตกตะลึงกันเหลือกันที่พวกอนาธิปไตยเป็นอนาธิปไตย ตัวอย่างเพี้ยนๆ อย่างหนึ่งคือตัวผมเองถูกเรียกว่าเป็น “พวกยึดหลักการจนหน้ามืดตาตัว” จน “สนใจแต่เรื่องการต่อต้านอำนาจนิยมเท่านั้น” ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นจะเป็นอนาธิปไตยไปทำไมกัน ความตกอกตกใจที่แสดงออกมาเหล่านี้ปรากฏอยู่ทั่วไปในโซเชียลมีเดีย ในหมู่ฝ่ายซ้าย เราเห็นคำอุทานทำนองนี้หลากไหลไม่ขาดสาย “เดี๋ยวนะ คุณต่อต้านแม้กระทั่งเผด็จการฝ่ายซ้ายด้วยน่ะเหรอ?!!” “เดี๋ยวนะ คุณต่อต้านแม้กระทั่งนักชาตินิยมชนพื้นเมืองด้วยน่ะเหรอ?!!” (ขณะที่ฝ่ายขวาเองก็แสดงอาการงุนงงไม่แพ้กันหรืออาจจะเพี้ยนกว่าเสียอีก เมื่อพบว่าการล้มเลิกรัฐย่อมหมายถึงการล้มเลิกพรมแดมด้วย หรือเมื่อพบว่าการยึดมั่นในทางจริยธรรมต่อแนวคิดเรื่องเสรีภาพย่อมหมายถึงการต่อต้านอย่างไม่ประนีประนอมต่ออุดมการณ์รวมหมู่ที่เป็นภัยและกดขี่อย่างลัทธิคนขาวเป็นใหญ่และระบอบชายเป็นใหญ่)
แน่นอนว่าในทางปฏิบัติย่อมมีข้อพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ชาวอนาธิปไตยจะไม่หยุดยึดถือคุณค่าแบบอนาธิปไตย และจะไม่หยุดทำงานเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายแบบอนาธิปไตย เรื่องนี้ไม่ควรทำให้ใครประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย กระนั้น ปรสิตทางความคิดที่แพร่ระบาดมากับการเลือกตั้งสหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นอีกครั้งว่า ผู้คนจำนวนมากไม่ได้มองอนาธิปไตยในฐานะปรัชญาจริยศาสตร์หรือชุดคุณค่า หากแต่มองมันเป็นเพียงวัฒนธรรมย่อยประหลาดๆ ภายในก๊กเหล่าทางการเมืองของตนเองหรือของฝ่ายศัตรู ไม่ก็มองว่าเป็นเพียงชุดเครื่องมือและยุทธวิธีบางอย่างเท่านั้น
อนาธิปไตยไม่ได้ถูกนิยามด้วยสังกัด และไม่ใช่ธงที่จะหยิบใช้ได้ตามสะดวก นิยามของมันปรากฏอยู่แล้วในชื่อ นั่นคือ an-archia ไร้เจ้าเหนือหัว พวกเขาต่อต้านการครอบงำและการบีบบังคับมนุษย์ทุกรูปแบบ พวกเขาแสวงหาโลกที่อิสรภาพและความเป็นไปได้ขยายออกไปไม่สิ้นสุด เมื่อสิ่งที่จำกัดและควบคุมพวกเราอยู่ถูกถอนรากหรือถูกทำให้หมดความหมาย พวกเราคิดว่าวิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นไปได้ เพราะเราไม่คิดว่าอิสรภาพของปัจเจกชนแต่ละคนเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันเอง เราไม่ได้ตัดแบ่งโลกออกเป็นกลุ่มก้อน ตรงกันข้าม พวกเราพยายามสร้างโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างกว้างขวางเพราะมองอิสรภาพในฐานะสิ่งที่เป็นองค์รวม
อนาธิปไตยคือถ้อยแถลงอันเรียบง่ายที่ว่า “อิสรภาพของทุกคนเป็นสิ่งจำเป็นต่ออิสรภาพของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมีอิสรภาพอย่างแท้จริงก็เมื่อจิตใจทั้งปวงมีอิสรภาพอย่างเท่าเทียมกัน อิสรภาพของผู้อื่นไม่ได้ลบล้างหรือจำกัดอิสรภาพของข้าพเจ้า ตรงกันข้าม มันคือเงื่อนไขเบื้องต้นและเครื่องยืนยันที่จำเป็นยิ่งต่ออิสรภาพของข้าพเจ้าเอง”- บาคุนิน
เราใส่ใจทุกคนและมุ่งปลดปล่อยทุกคน ไม่ใช่แค่มิตรสหายหรือเพื่อนร่วมชาติของเรา ไม่ใช่แค่ผู้คนในเผ่าวงศ์ทางวัฒนธรรมบางกลุ่ม เราไม่ใช่ฝ่ายซ้ายที่ใส่ผ้าโพกศีรษะ ไม่ใช่ฝ่ายขวาที่ใส่โบว์หูกระต่าย เราคือชาวอนาธิปไตย เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อกลุ่มของคุณ เราต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
นั่นหมายถึงการต่อต้านข้อจำกัดทุกรูปแบบ ตั้งแต่เผด็จการ ตำรวจ นักการเมือง ไปจนถึงการบังคับใช้เจตจำนงของเสียงข้างมาก ตั้งแต่วิธีคิดแบบเอาง่ายเข้าว่าที่คอยกัดกินสติปัญญาเพราะหลงบูชาสิ่งสมมติอย่างองค์กรและอัตลักษณ์รวมหมู่ ไปจนถึงเทพเจ้าและผีสางนางไม้ ตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนนับพันล้านต้องยากจนและอดอยากภายใต้ชื่อเรียกหนึ่ง ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจที่ทำสิ่งเดียวกันภายใต้ชื่อเรียกอีกแบบหนึ่ง และอื่นๆ อีกมาก
การต่อสู้เพื่อเสรีภาพไม่ได้สิ้นสุดลงด้วยข้อเรียกร้องผิวเผิน เช่น ระบบกรรมสิทธิ์ที่ดีกว่าเดิม หรือการยุติลัทธิคนขาวเป็นใหญ่และลัทธิล่าอาณานิคม มันแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขตได้เท่ากับจักรวาล และหยั่งลึกลงได้เท่ากับความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจสองดวง ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ดีพอแล้ว” เช่นเดียวกับที่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “อันนี้คือข้อยกเว้น” อนาธิปไตยไม่ประนีประนอมพอๆ กับที่มันหาญกล้า
เราไม่อาจหักหลังทีมของคุณได้ เพราะเราไม่เคยอยู่ข้างใครนอกจากอิสรภาพ.
C4SS relies entirely on donations. If you want to see more translations like this, please consider supporting us. Click here to see how






